วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

ด้วยกว่าง

รู้จัก "กว่าง"

          กว่าง หรือบางทีเรียกว่า "แมงคาม" เป็นชื่อเรียกของด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มี 6 ขา ตัวผู้จะมีเขายื่นไปข้างหน้าและโค้งเข้า ตอนปลายแยกเป็นสองแฉก ซึ่งมีตั้งแต่ 2 เขา 3 เขา และ 5 เขา ส่วนตัวเมียไม่มีเขา เกิดจากไข่ของแม่กว่างที่ฟักตัวในดิน มีชื่อเรียกตามรูปร่าง ตามขนาด และเรียกตามแหล่งที่เกิด เช่น กว่างโซ้ง กว่างแซม กว่างกิ กว่างอีลุ้ม บางชนิดไม่นิยมนำมาเลี้ยง

          สีของกว่างจะมีทั้งสีแดงเปลือกมังคุดมันเงา ไปจนถึงสีดำมันเงาเหมือนสีของเฟอร์นิเจอร์ เช่น เปียโน หรือเครื่องเสียงชั้นดีจากต่างประเทศ ที่เป็นสีมะฮอกกานี สีแดงของไม้มะค่า กว่างบางตัวมีสีดำเหมือนสียางไม้รัก ชาวบ้านเรียกชื่อกว่างตามสี เช่น ถ้ากว่างสีดำออกแดง เรียกว่ากว่างรักน้ำใส ถ้าสีดำสนิทเรียกว่า "กว่างรักน้ำปู๋" อาหารของกว่างมีทั้งยอดพืชผัก ยอดหน่อไม้ ใบคราม ไม้แพ่ง ไม้มะกอก และกล้วยต่างๆ อาหารที่ชอบเป็นพิเศษคือ น้ำหวานจากอ้อย

วงจรชีวิตของกว่าง

          กว่างมีวงจรชีวิตประมาณ 1 ปี คือช่วงต้นฤดูฝน ในระยะที่เป็นตัวหนอนหรือ ตัวด้วงจะมีสีขาว ตัวโต มีความยาวประมาณ 5 - 6 เซนติเมตร และเส้นรอบวง ประมาณ 1 นิ้ว ในช่วงนี้จะอยู่ในดินชอบกินเศษใบไม้ผุ ตอไม้ หรือต้นไม้ที่ผุ เป็นการช่วยธรรมชาติใ นการย่อยสลายใบไม้ ต้นไม้ ให้กลายเป็นปุ๋ยแก่ดินได้เป็นอย่างดี

          ต่อมากลายเป็นดักแด้ และตัวเต็มวัยเป็นวัยเจริญพันธุ์พร้อมสืบเผ่าพันธุ์ได้ ในช่วงที่เป็นตัวหนอนถึงตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 1 - 2 เดือน ก่อนที่จะถึงฤดูฝน เมื่อฝนตกลงมาทำให้ดินอ่อน ด้วงกว่างที่เจริญเติบโตเต็มที่ก็จะดันดินออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ และเพื่อการผสมพันธุ์
กว่างตัวผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นที่มีโอกาสรอดเพื่อการผสมพันธุ์ โดยกว่างจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย และฝ่ายที่ชนะก็จะได้รับรางวัลได้ผสมพันธุ์กับตัวเมีย เป็นการคัดเลือกสายพันธ์ที่ดีตามธรรมชาติ ใช้วงจรชีวิตช่วงนี้ประมาณ 4 เดือน พอเข้าในฤดูหนาว กว่างตัวเมียหลังจากผสมพันธุ์ ก็จะขุดดินแล้ววางไข่ ส่วนตัวเองก็จะตาย ไข่ก็ฟักเป็นตัวหนอน เป็นดักแด้อาศัยอยู่ใต้ผิวดิน จนถึงต้นฤดูฝนก็จะขุดดินขึ้นมาผสมพันธุ์ดำรงชีวิตสืบลูกหลานต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น